ศัลยกรรมแก้ปัญหาหูกาง ทำได้จริงหรือ

ในโลกแห่งการศัลยกรรม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอะไรก็แก้ไขได้เกือบทั้งหมด อย่างปัญหา หูกาง ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่สาวๆ หนุ่มๆ หลายคนกำลังประสบอยู่ หากเป็นผู้หญิงก็อาจจะใช้ผมบังได้ แต่หากอยากจะเกล้าผมก็ไม่สามารถทำได้ ส่วนผู้ชาย หากหูกางแล้วจะกลายเป็นปัญหาอย่างมาก เพราะไม่สามารถไว้ผมบังได้ ทางเดียวที่จะแก้ปัญหาหูกางได้นั้น คือการศัลยกรรมแก้ไขปัญหาหูกางนั้นเอง

โดยการผ่าตัดศัลยกรรมใบหู มีขั้นตอนการผ่าตัดไม่ยุ่งยากนัก แต่ถึงอย่างนั้นแพทย์ต้องมีความเชี่ยวชาญไม่น้อย เพราะบริเวณที่ผ่าตัดนั้นเป็นหนังศีรษะที่มีเส้นประสาทเยอะและยังเป็นโครงสร้างของกระดูดอ่อนด้วย โดยขั้นตอนการผ่าตัดแพทย์จะต้องทำการออกแบบก่อนว่า ใบหูแบบไหนจะเหมาะกับใบหน้าของคนไข้ แล้วทำแนวผ่าตัดที่ด้านหลังของใบหู จากนั้นจะทำการฉีดยาชาลงบริเวณใบหู เมื่อยาชาออกฤทธิ์แล้วจะทำการกรีดด้านหลังใบหูยาวประมาณ 1-2 เซนติเมตร แล้วตัดผิวหนังส่วนหนึ่งออก จากนั้นจะดึงผิวหนังตามแนวเส้นผ้าตัดให้แนบเข้าหากัน แล้วจัดการเย็บให้ติดกันเพื่อเป็นการดึงใบหูให้เข้ามาแนบศีรษะมากขึ้นตามที่ได้ออกแบบไว้ หรือบางคนอาจมีการปรับโครงสร้างของกระดูกอ่อนรวมด้วย โดยใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 2-3 ชั่วโมง ซึ่งหลังผ่าตัดคนไข้ต้องดูแลบริเวณไม่ให้โดนน้ำและต้องใส่ Face Support ด้วย เพื่อรัดบริเวณใบหูไม่ให้เกิดการกระทบกระเทือน และนอกจากนี้ก็ดูความสะอาดบาดแผลตามปกติ แต่ต้องงดออกกำลังกายอย่าน้อย 2 สัปดาห์ และงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 เดือนด้วย

หากหูกางเป็นปัญหาที่กำลังสร้างความไม่มั่นใจให้กับคุณอยู่ละก็ อย่าปล่อยไว้ให้กวนใจอีกเลย เดินไปปรึกษาสถานเสริมความงามใกล้บ้าน แล้วศัลยกรรมแก้ปัญหาหูกางให้เรียบร้อย เพราะผลที่ได้เกิดคาดกว่าที่คุณคิดอย่างแน่นอน

 

คิ้วตก หางตาตก ปัญหานี้ศัลยกรรมช่วยคุณได้

คิ้วตก หางตาตก
คิ้วตก หางตาตก

เมื่ออายุมากขึ้น ปฏิเสธไม่ได้ที่หน้าของเราจะหย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วงของโลก โดยเฉพาะบริเวณ คิ้ว หน้าผาก หางตา ซึ่งเป็นจุดที่ไม่ว่าใครเมื่อมีอายุเพิ่มมาขึ้นต้องเจอปัญหานี้กันทั้งนั้น เพราะโดยธรรมชาติแล้วคิ้วของเราจะเลื่อนตกลงมาโดยที่เราไม่รู้ตัว รวมทั้งรอยย่นบริเวณหน้าผากและรอยตีนกาที่หางตาด้วย ซึ่งวิธีศัลยกรรมดึงคิ้วนั้นสามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้

  1. การผ่าตัดดึงหน้าผาก ซึ่งสามารถผ่าได้ทั้งแบบปกติ และแบบที่ใช้กล้อง วิธีนี้จะสามารถตัดกล้ามเนื้อที่ใช้ขมวดคิวและช่วยรักษารอยย่นตรงช่วงหัวคิ้วได้ด้วย โดยเฉพาะแบบที่ใช้กล้องจะมีแผลขนาดเล็กมาก และมีอาการบวมน้อยด้วย
  2. การผ่าตัดดึงขมับ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะใช้กับผู้ที่อยากจะยกคิ้วด้านข้างขึ้น และจะช่วยทำให้ชั้นตาดูสูงขึ้นด้วย โดยสามารถทำได้ 2 บริเวณคือ ช่วงไรผม และในไรผม
  3. การดึงคิ้วโดยการสอดไหม เป็นวิธีการผ่าตัดดึงคิ้วที่จะทำบริเวณศีรษะ ข้อดีคือรอยแผลเล็กเวลาผ่าตัดใช้เพียงยาชาเท่านั้น แต่การดึงคิ้ววิธีนี้จะไม่ได้ช่วยเรื่องรอยย่นบริเวณห้าผาก
  4. การดึงคิ้วโดยการตัดผิวหนังที่อยู่เหนือคิ้วออก วิธีนี้ถือว่าเป็นการผ่าตัดแก้ปัญหาตำแหน่งคิ้วโดยตรง ทำให้สามารถดึงคิ้วได้มากกว่าวิธีอื่นๆ แต่มีข้อเสียที่ตรงรอยแผลมีขนาดใหญ่ แต่สำหรับผู้ที่จะทำคิ้วถาวร หรือสักคิ้วถาวรอยู่แล้ว สามารถใช้วิธีนี้ได้ เพราะแผลสามารถซ่อนอยู่ในคิ้วได้

เลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวคุณ แล้วรีบไปปรึกษาสถานเสริมความงามใกล้บ้านกันได้เลย เพราะคิ้วเป็นดั่งมงกุฎของหน้า คิ้วมา คิ้วสวย หน้าผากไม่มีรอยย่น ก็จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและบุคลิกภาพที่ดีให้กับตัวคุณเองได้แล้ว

ไขข้อสงสัย ศัลยกรรมเปิดหัวตา คืออะไร

ศัลยกรรมเปิดหัวตา
ศัลยกรรมเปิดหัวตา

ได้ยินกันมาบ่อยๆ แต่หลายคนยังไม่เข้าใจว่า ศัลยกรรมเปิดหัวตา คืออะไร ช่วยในเรื่องของอะไร ทำแล้วได้อะไร ข้อสงสัยเหล่านี้จะหมดไป เพราะเรามีคำตอบให้กับทุกคนแล้ว แต่บอกก่อนเลยว่า ศัลยกรรมเปิดหัวตา กับการศัลยกรรมตาสองชั้น คนละชนิดคนละแบบกันเลยนะคะ แต่สามารถทำควบคู่กันได้

เพราะ การศัลยกรรมเปิดหัวตา จะช่วยเปิดให้ตาดูโตขึ้น เพราะคนไทย คนเอเชีย ส่วนใหญ่จะมีรูปตาที่เล็กกว่าคนยุโรปโดยธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ถ้าอยากจะให้ตาดูโตขึ้น การศัลยกรรมเปิดหัวตาสามารถแก้ปัญหาได้ เพราะบริเวณหัวตาของทุกคนจะมีรอยพับของหนังตา แพทย์จะทำการตกแต่งเนื้อบริเวณหัวตาให้ดูสวยได้รูป ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะทาง ที่จะเปิดหัวตาแล้วตบแต่งหนังตาบนที่ยื่นลงมาปิดบริเวณหัวตาออก ซึ่งใครที่อยากจะทำตาสองชั้นอยู่แล้ว ก็สามารถทำศัลยกรรมเปิดหัวตาควบคู่ไปเลยก็จะช่วยให้ดวงตาดูโตขึ้น แต่ถ้าใครที่มีตาสองชั้นอยู่แล้ว ก็สามารถศัลยกรรมเปิดหัวตาได้ เพราะทำแล้วจะช่วยให้ตาดูหวานขึ้น กลมโตมากขึ้น มองเห็นตาขาวบริเวณหัวตามากขึ้น ดวงตาจะดูเรียวยาวคมสวย และยังมองดูเหมือนจมูกโด่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งการผ่าตัดมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก และหลังการผ่าตัดจะมีอาการตึงๆ รอบดวงตา ซึ่งใช้เวลา 1 สัปดาห์จะหายเป็นปกติ ใครที่อยากจะมีดวงตากลมโต ดูหวานสวยงามละก็ เทคนิคนี้น่าสนใจและฮิตเป็นอย่างมาในประเทศเกาหลีใต้

สาวๆ ที่กำลังหาวิธีให้ตาดูหวานขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ ศัลยกรรมเปิดหัวตา เป็นทางเลือกที่ดีและปลอดภัยเป็นอย่างมาก แถมยังให้ผลที่ถาวร ไม่ต้องทำซ้ำ ตาโตสวยหวานกันไปยาวๆ เลยค่ะ

อาหารใกล้ตัวช่วยลดอาการบวมหลังทำศัลยกรรม

แม้ว่าการศัลยกรรมจะเป็นช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ ช่วยให้หนุ่มๆ สาวๆ ดูดีดูเป๊ะขึ้น แต่สิ่งหนึ่งเราหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ อาการบวมช้ำ หลังจากไปทำศัลยกรรมมา ซึ่งนอกจากการประคบเย็นจะช่วยลดอาการบวมได้ดีแล้ว อาหารที่เรารับประทานก็สามารถมีส่วนช่วยให้อาการบวมหายเร็วขึ้นได้ โดยมี 3 อาหารที่เราอยากจะแนะนำกันดังนี้

  1. ฟักทอง ใครที่ชื่นชอบการกินผักก็ถือว่าโชคดีมีโอกาสหายเร็วอย่างแน่นอน เพราะในเนื้อของฟักทองอุดมไปด้วยวิตามิน A ที่จะช่วยลดอาการบวม ลดการติดเชื้อหลังการผ่าตัด และยังช่วยกำจัดเชื้อโรคต่างๆ ออกจากร่างกายได้อีกด้วย โดยเมนูฟักทองที่อยากจะแนะนำก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ผัดฟักทอง ซุปฟักทอง แกงบวดฟักทอง กินง่ายเคี้ยวง่ายและที่สำคัญคือ อร่อยมาก
  2. ใบบัวบก เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าใบบัวบกแก้ช้ำใน เพราะเวลาใครอกหักเรามักจะเล่นมุกจะไปหาใบบัวบกมาให้กินอยู่เสมอ ซึ่งจริงๆ แล้วสรรพคุณของใบบัวบกคือช่วยให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายเราได้ดีขึ้น และกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ๆ จึงทำให้แก้อาการฟกช้ำลดอาการบวมได้เป็นอย่างดีด้วย แต่ใบบัวบกอาจจะหาทานยาก แนะนำว่าให้หาซื้อน้ำใบบัวบกดื่น หรือซื้อใบบัวบกที่เป็นแคปซูลมาทานก็ได้ผลเช่นกัน
  3. สาหร่าย ใครชอบกินต้มจืดถึงกับยิ้มด้วยความดีใจ เพราะสาหร่าย สีดำๆ ที่เราใส่ในต้มจืด อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่ดีต่อร่างกาย มีเส้นใยอาหาร และช่วยลดอาการช้ำบวมได้ ดังนั้นเมนู ต้มจืดสาหร่าย จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เพิ่งทำศัลยกรรมใหม่ๆ เพราะทั้งสารอาหารที่ดี และยังกินง่าย ซดง่ายอีกด้วย

เรียกว่าเป็น 3 อาหารที่หาทานไม่ได้ยากเลย ดังนั้นหลังจากไปทำศัลยกรรมมา ก็วางแผนการรับประทานให้ดี เพื่อให้แผลหายเร็ว อาการบวมช้ำหายเร็ว ความสวยจะได้เข้ามาหาเราเร็วด้วย

ศัลยกรรมเสริมคาง มีแผลในปากหรือนอกปากดีกว่ากัน

การทำศัลยกรรมเสริมคาง ในสมัยก่อนอาจจะนิยมที่จะฉีดโน้นนี้นั้นเข้าไป แต่ส่วนใหญ่แล้วนานวันไอ้ที่เราฉีดไว้ก็มันจะย้อยลงจนสร้างความไม่มั่นใจให้เราได้ หลังๆ หลายคนจึงหันมาผ่าตัดเสริมซิลิโคนเข้าไปในคางซะเลยดีกว่า แต่ประเด็นคือจะเสริมแบบไหน แบบแผลอยู่ในปาก หรือว่าแผลอยู่นอกปาก ซึ่งวันนี้เรามีข้อดีข้อเสียมาเปรียบเทียบให้ดูกัน

การเสริมคางแบบแผลอยู่ในปาก มีข้อดีที่ดีมากๆ เลยคือ แผลจะอยู่ในปาก คนภายนอกไม่สามารถสังเกตเห็นได้ จนกว่าเราจะยอมอ้าปากให้เค้าดูเอง แต่ในเรื่องของข้อเสียนั้นบอกได้ว่ามีหลายข้อเลยทีเดียว เพราะแผลที่อยู่ในปากจะไม่ค่อยเรียบร้อย แต่ถึงแผลจะไม่สวย แต่มันก็อยู่ในปากไม่มีใครเห็นอยู่ดี และนอกจากนี้ยังมีข้อเสียอื่นๆ อีก อาทิ มีโอกาสติดเชื้อสูง เพราะธรรมชาติของปาก คือต้องมีน้ำลาย ต้องรับประทานอาหาร จึงทำให้อาจจะติดเชื้อได้ง่าย รวมทั้งยังมีโอกาสที่การจัดวางจะไม่ตรงตำแหน่งลูก เพราะเนื้อที่ในการผ่าตัดจำกัดนั้นเอง ส่วนการผ่าตัดนอกปาก มีข้อเสียก็ตรงที่จะเป็นรอยแผลเป็นเล็กๆ ใต้คาง ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร แต่มีข้อดีก็ตรงที่มีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่า การผ่าตัดทำได้ง่ายกว่าทำให้ได้ผลลัพธ์ที่มีความแน่นอนกว่า สามารถวางตำแหน่งได้ตรงจุด แถมเมื่อเกิดปัญหาเอียงหรือว่าเบี้ยวก็สามารถผ่าตัดแก้ไข้ได้ง่ายกว่าด้วย เรียกได้ว่ามีจุดแข็งที่แตกต่างกันจริงๆ งานนี้จะเลือกเสริมแบบไหน ก็อยู่ที่ใจของคุณแล้วละคะ

แต่ไม่ว่าจะเลือกเสริมคางแบบไหน สิ่งสำคัญคือ การศึกษาหาข้อมูลให้ระเอียดก่อนที่จะทำนะคะ จะได้คางใหม่ที่สวยสมใจไม่ต้องกลับมานั่งแก้ใหม่ให้เจ็บตัวเนอะ